CHIANG MAI UNIVERSITY
งานวิจัยน้ำตาลลำไย (ลำไยสกัด) ทางเลือกใหม่ของอาหารที่เพิ่มคุณค่า งานวิจัยของ มช. เพื่อประโยชน์ต่อเกษตรกรผู้ปลูกลำไยและภาคอุตสาหกรรมของไทย
โดย ผู้ดูแลระบบ | 9 ธ.ค. 2556

น้ำตาลลำไย (ลำไยสกัด) ทางเลือกใหม่ของอาหารที่เพิ่มคุณค่า

งานวิจัยของ มช. เพื่อประโยชน์ต่อเกษตรกรผู้ปลูกลำไยและภาคอุตสาหกรรมของไทย

จากความสำเร็จของงานวิจัยระดับปฏิบัติการ (Lab Scale) ในการแปรรูปลำไยสดให้เป็นลำไยในน้ำเชื่อม และน้ำตาลลำไยที่มีสารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ของคณะอุตสาหกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สู่การขยายขนาดในระดับโรงงานต้นแบบ (Point Plant) โดยมีอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (CMU STeP) เป็นผู้จัดการและดำเนินการโครงการเพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคอุตสาหกรรม อันนำไปสู่การช่วยลดปัญหาผลผลิตลำไยสดล้นตลาด และตกเกรดอีกทั้งยังถือเป็นการเพิ่มทางเลือกในด้านการสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจให้แก่ลำไยของประเทศไทย

การยกระดับงานวิจับไปสู่เชิงพาณิชย์อย่างเป็นขั้นเป็นตอน

การนำงานวิจัยที่ประสบความสำเร็จในห้องปฏิบัติการ ก้าวข้ามหุบเหวแห่งความตาย (Valley of Death) ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้งานวิจัยให้ห้องปฏิบัติการไม่สามารถนำออกไปสู่เชิงพาณิชย์ได้ จำเป็นต้องทำการยกระดับงานวิจัยอย่างเป็นขั้นเป็นตอน

โดยเริ่มจากในปีที่ 1 (พ.ศ. 2554) การศึกษาความเป็นไปได้ของเทคโนโลยี (Technology Feasibility) เพื่อทำการทดสอบการขยายขนาดกำลังการผลิตน้ำตาลลำไยสู่โรงงานต้นแบบที่มีกำลังการผลิต1ตันผลิตภัณฑ์ต่อวัน ซึ่งว่าเป็นขั้นตอนที่ยากที่สุด เพราะใช่ว่าทุกงานวิจัยจะสามารถขยายขนาดได้

ขั้นตอนต่อไปในปีที่ 2 (พ.ศ. 2555) การศึกษาความเป็นไปได้ทางธุรกิจ (Business Feasibility) สำรวจตลาดเชิงลึก จัดทำแผนธุรกิจ และการขอรับรองมาตรฐานของผลิตภัณฑ์และสายการผลิตต้นแบบ โดยในปีนี้ ผลการสำรวจตลาดเชิงลึกได้มีข้อเสนอให้ใช้ชื่อ “ลำไยสกัด (ชนิดผง และชนิดน้ำ)” แทน “น้ำตาลลำไย” เพื่อสื่อสารคุณค่าไปยังการรับรู้ของผู้บริโภคซึ่งสะท้อนถึงราคาและมูลค่าของผลิตภัณฑ์

และในปีที่ 3 (พ.ศ. 2556) การเจรจาเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคอุตสาหกรรม (Technology Transfer) ซึ่งขณะนี้ได้ทำการเจรจากับผู้ประกอบการที่น่าสนใจเทคโนโลยีไปมากกว่า 15 ราย และได้รับผลตอบรับในระดับดีมาก อีกทั้งในปีนี้เพิ่มความมั่นใจในคุณประโยชน์ของลำไยสกัด จึงได้ทำการทดสอบปรีคลินิกในการทดสอบการต้านการอักเสบ ลดปวด และการต้านมะเร็ง ซึ่งโครงการในปีที่ 3 นี้ วางแผนว่าจะมีการสรุปผลการดำเนินงานภายในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2556

ลำไยสกัดหนึ่งทางเลือกของอาหารเพิ่มคุณค่า

ด้วยสารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายหลากหลายชนิดที่พบในลำไยสกัด จึงทำให้ลำไยสกัดเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผลิตภัณฑ์อาหารเพิ่มคุณค่าสำหรับผู้ที่ใส่ใจในสุขภาพ โดยจากทางวิจัยของคณะอุตสาหกรรมเกษตร พบสารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอยู่ในลำไยสกัด อาทิเช่น กลุ่มวิตามินซีกรดเอลลาจิก (Ellagic Acid) กรดแกลลิก (Gallic Acid) และกรดแทนนิก (Tannic Acid) ซึ่งกรดทั้ง 3 ตัวนี้มีสรรพคุณ ดังนี้

  • กรดเอลลาจิก (Ellagic Acid) ช่วยลดการทำลายดีเอ็นเอที่จะทำให้เกิดโลกเรื้อรังทำให้เกิดภาวะแก่ขึ้น (Aging) และเป็นโรคมะเร็ง
  • กรดแกลลิก (Gallic Acid) เป็น antifungal, antioxidant มีคุณสมบัติต้านไวรัส, ต้านสารอนุมูลอิสระ
  • กรดแทนนิก (Tannic Acid) ลดความเจ็บปวดของกล้ามเนื้อ ข้อต่อและกระดูก

ตัวอย่างความสำเร็จจากความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย-ภาครัฐ-ภาคเอกชน (Triple helix)

โครงการโรงงานต้นแบบและการถ่ายทอดเทคโนโลยีลำไยสกัดนี้จำเป็นต้องใช้งบประมาณ และการสนับสนุนจากหลายภาคส่วนในรูปแบบของ Triple helix (มหาวิทยาลัย-ภาคเอกชน-ภาครัฐ) โดยคณะอุตสาหกรรมเกษตร และอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (CMU STeP) (ในฐานะเจ้าของร้านงานวิจัย และผู้พัฒนาต่อยอด) ร่วมกับภาคเอกชน โดยสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ (ในฐานะผู้มีศักยภาพในการทำงานวิจัยไปต่อยอดเชิงธุรกิจ) และภาครัฐ โดยการสนับสนุนของสำนักงานบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 (OSM1) โดยสำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ (ในฐานะของผู้สนับสนุนงบประมาณ) ทำให้เกิดโครงการนี้ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณโครงการรวมตลอดระยะเวลา 3 ปี ทั้งหมดประมาณ 28.6 ล้านบาท ซึ่งท้ายที่สุดผลลัพธ์ของโครงการนี้ จะช่วยให้งานวิจัยของ มช. ถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อภาคเกษตรกรรม และอุตสาหกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างแท้จริงต่อไป